In-Photography

[Trip]-สวัสดีเชียงคาน

posted on 26 Apr 2009 06:41 by sharpen-thought  in In-Photography

ย้อนกลับไป 2 ชั่วโมงก่อนหน้านี้

{

"ไปไม่ได้แล้วนะ พอดีต้องไปงานศพพ่อเพื่อนสนิท" เพื่อนคนนึง(เค้ารับแกเป็นเพื่อนด้วยเหรอ!!)ส่งผ่าน EMS ใน Exteen เนี่ยแหละ

}

 

นั่นแหละ สาเหตุที่ทำให้ผมต้องกุลีกุจอหาคำตอบให้ได้ว่า กูจะไปไหนดี!

ก่อนหน้านี้ผมเคยอยากไปปาย เมืองที่ทุกคนบอกว่าน่ารักนักน่ารักหนา เมืองที่ชาวบ้านเป็นกันเอง

จวบจนบัดนี้ผมก็ยังไม่มีโอกาสได้ไป

 

จนตอนนี้ ปาย สาวน้อยเมื่อครั้งนั้น กลายเป็นสาวใจแตกในทุกวันนี้

กลายเป็นเมืองที่มีแต่นักท่องเที่ยวและฝรั่ง คราคร่ำเต็มไปหมด ไม่ต่างจากพัทยา

เสน่ห์ที่ความเป็นธรรมชาติเป็นจุดเด่น พลันหายไปจากสายตาผมตั้งแต่ได้ยินข่าวว่าน้องปายโดนเหล่าคนบ้าเห่อไปย่ำยีจนเสียสาว

บัดนี้ปายก็ไม่ต่างอะไรกับพัทยาที่คนไทยคิดว่ามันเป็นที่สุดท้ายหากจะเที่ยว(ในความคิดผม)

 

ที่เกริ่นมาทั้งหมดคือจุดเริ่มต้นที่ผมพยายามเมืองที่คนเป็นกันเอง บ้านเมืองเก่าแก่

คงความน่าอนุรักษ์เอาไว้ และที่สำคัญ มันต้องยังไม่ถูกย่ำยีจากมือและตีนคนไทยบ้าเห่อทั้งหลาย

ไม่ใช่ว่าผมคิดอคติกับเหล่านักท่องเที่ยวนะ อย่าเข้าใจผิด

แต่ผมรู้สึกว่า คนที่เข้าไปเที่ยว ควรจะเคารพสถานที่ท่องเที่ยวนั้นๆ อย่าไปบิดเบือน เปลี่ยนแปลง

และปรับปรุงอะไรในสิ่งที่เค้าเป็นอยู่ เพราะเราไปเที่ยวเพราะมันเป็นเช่นนั้นแหละ

 

แน่นอนว่า Googleพ่อมึง(เพื่อนเรียกแบบนี้) ช่วยได้

ผมเจอเชียงคาน ใน Pantip คนไปเที่ยวเชียงคานเยอะมาก!

กระทู้เกี่ยวกับเชียงคานเต็มไปหมด

ทั้งหมดเอ่ยถึงความน่ารักของประชาชนชาวเชียงคานว่า เป็นคนใจดี มีอัธยาสัย

และเชียงคานเป็นเมืองที่ สงบ เงียบ

เหมาะแก่การปลีกหนีจากสังคมกรุงเทพที่ทิฐิ ดูถูก สายตา เหยียดหยาม ลอยว่อนเต็มอากาศ

ผมว่าที่นี่เหมาะกับผมนะ ผมควรจะไป

 

หลังจากหาข้อมูลครบ ก็นอนรอวันเวลา

 

17 เม.ย. เวลา 18.40 น

ผมยืนอยู่หน้าหมอชิตแล้ว และกำลังเดินไปซื้อบัตรไปเชียงคาน

 แน่นอน ผมซื้อบัตรธรรมดา เราไปเองคนเดียว อย่าสบายนักเลย เราไปหาความธรรมดาใช่มั้ยล่ะ!!

 

นี่คือตั๋วรถของผม

หลายๆคนเห็นชื่อจริงไอชุนแล้วเก็บเอาไว้ในใจ ไม่ต้องตะโกนว่า "ท๊าด๊าาาาา!"

ใช่แล้วครับ รถผมออกรอบ 19.30 น. ตอนนี้เหลือเวลาอีก 30 นาที

ก็นั่งรอกันไป

 

ถึงเวลาแล้ว!! ขึ้นได้เลยที่ชานชาลา 27,29 << ทั้งๆที่มันจอด 27 ทำไมต้องบอกว่า 27,29 วะ

ขึ้นเสร็จผมไม่มีรูปบรรยายหรอก เพราะไม่มีอะไรทำ จะยกกล้องขึ้นมาแชะๆ

ก็เกรงใจคนนั่งข้างๆ(ไม่มีนี่หว่า มีแต่ข้างหลัง)

 

เอาเป็นว่าเราวาร์ปข้ามเวลาอันน่าเบื่อไปเลยดีกว่านะ

เช้าเลยแล้วกัน!!

 

 

 

ถึงแล้วเชียงคาน!!!!!!!!!

ผมกำลังนั่งรถสกายแล๊ป(เค้าเรียกกันอย่างงี้ หน้าตาคล้ายๆรถสามล้อ แต่ข้างหน้าจะเป็นมอไซคล้ายๆฮาเล่ย์ เท่ห์มากขอบอก)

 

นั่งไปจนถึงซอย 13 ที่เป็นที่ตั้งของโฮมสเตย์ที่ผมเล็งเอาไว้ตั้งแต่แรก

 

นั่งรออยู่หน้าบ้านหลังจากเคาะประตูไป รอคุณยายศรีพรรณมาเปิดประตูให้

 

ก่อนรอยายมาเปิดประตู ถ่ายหน้าบ้านยายซักแชะ

แฮ่กๆๆๆๆ...

อะไรวะ ดำๆวิ่งมา หมานี่หว่า เล่นกะหมาก่อนเข้าบ้านยายละกันเว้ย

นี่คือไอ้ดำครับ ผมเล่นกับมันตลอดที่อยู่ที่นี่ 5 วัน ถือว่าเป็นหมาต้อนรับแขกเลยก็ว่าได้

บางวันผมไปเดินเล่นซอย 1 ผมยังเห็นมันอยู่เลย ทั้งๆที่บ้านยายอยู่ซอย 13 นะ

 

เล่นกับมันได้ซักพักก็ได้ยินเสียงเปิดประตู

ยายศรีเปิดประตูต้อนรับ ยิ้มแก้มปริเลย

"เชิญจ้าๆ" เสียงยายดูเป็นกันเองมากๆเลยครับ

หลังจากผมเข้าไปเก็บของเสร็จก็ออกมานั่งเล่นหน้าบ้าน

"ดื่มกาแฟก่อนมั้ย เดี๋ยวยายชงให้"

"ไม่เป็นไรครับยาย เดี๋ยวผมชงเองก็ได้ครับ" คนที่นี่ใจดีมากครับ ผมนี่ยิ่งขี้เกรงใจอยู่

ก็เลยไปชงเอง แล้วมานั่งอยู่หน้าบ้าน ยายก็ออกมานั่งเล่นด้วย

 

นี่ครับ คุณยายศรีพรรณ

นั่งจิบกาแฟได้แป๊ปเดียว ยายหายไปไหนหว่า นั่งมองบ้านเรือนเพลิน

ซักพักยายกลับมาพร้อมขนมปังและชาที่ยายชง

"เอ้านี่ ค่อยๆกินนะ" ยายวางให้แล้วก็เข้าไปในบ้านอีกครั้ง

ไม่เปิดโอกาสให้ผมขอบคุณเลย

 

หลังจากกินกาแฟ ชา และขนมอีกนิดหน่อย(เกรงใจครับ แต่ก็กินไปบ้าง)

เดินเข้าบ้าน

ภายในบ้านจะเป็นแบบนี้ครับ

เพราะยายดัดแปลงสำหรับเป็นร้านอาหารให้ลูก

ก่อนหน้านี้แกอยู่คนเดียวครับ แต่ตอนนี้ไม่ไหว เจ็บหัวเข่า เลยเรียกลูกกลับมาช่วยที่บ้าน

ซึ่งสามีของลูกแกเป็นกุ๊กขายข้าวต้มที่กรุงเทพ เลยตามมาด้วย

ก็เลยเปิดเป็นร้านอาหารซะเลย

 

นี่เป็นห้องน้ำที่ผมใช้ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ 5 วัน มี 4 ห้องให้เลือกครับ

 

ส่วนนี้เตียงนอนผมครับ ถ่ายจากหลังบ้านนะ

จะเห็นได้ว่าธรรมดามากๆ บ้านโครตๆ ไอ้เขียวๆนั่นมุ้งนะครับ

ส่วนข้าวของดำๆนั่นก็จะเป็นพวก ขาตั้งกล้อง มือถือ และอื่นๆที่ผมวางไว้เผื่อเดินมาหยิบ

ที่นี่วางทิ้งไว้งี้ไม่มีโดนขโมยครับ สบายใจได้

บางคนถามว่า อยู่ได้เหรอ ปกติอยู่กรุงเทพต้องนอนห้องแอร์นี่นา

ผมก็บอกว่า ไม่รู้สิ มาอย่างงี้ จะหาห้องแอร์เหรอ เอาแต่ใจไปมั้ง

แถมเราอยากมาเที่ยวที่แบบนี้ ก็ต้องสัมผัสกับสิ่งที่เค้าเป็นอยู่ ไม่ใช่มาทำไฮโซซิเย่

ผมนอนได้ คนอื่นก็นอนได้ สบายๆครับ เย็นดีออก กลางคืนผมนอนคนเดียวเลย

เห็นหมดครับ เพราะไม่ได้แยกห้อง เป็นกางมุ้งหมด ซึ่งไม่มีคนมาพักนอกจากผม

โล่งครับ เป็นเตียง 4 เตียงตามมุม แล้วก็โล่งๆ มืดๆ

ผมกลัวผี ผมกลัวความมืด ผมติดแอร์ แต่ที่นี่มีแต่แบบนี้ ผมก็นอนครับ

ทำให้รู้ว่า เออ กูก็นอนได้ กูก็หลับได้ ไม่กลัวได้ ผีก็ไม่มี สบายๆครับ

 

เดินดูบ้านเต็มอิ่มแล้ว ก็เลยออกไปเดินเล่นด้านหลังที่อยู่ติดกับแม่น้ำโขง

(ภาพนี้ถ่ายตอนกลางวันนะ ไม่ใช่ตอนไปถึง พอดีกำลังดื่มด่ำบรรยากาศเลยลืมหยิบกล้อง)

 

นี่ครับ สภาพหลังบ้านคุณยาย จะเป็นทางเดินทอดยาวไปเลย และด้านขวาจะเป็นแม่น้ำโขง

มีบันใดให้ลงไปบ้างประปราย ในเมื่อมีบันได ก็เดินลงไปดูสิ

 

ที่นี่มีแพของแต่ละบ้านไว้ด้วยครับ สำหรับหาปลาและพักผ่อน

นี่คือบันไดหลังบ้านยายศรีพรรณและแพของแกครับ

(อันนี้เช้าวันแรกของแท้ครับ เห็นแสงสวยเลยวิ่งขึ้นไปหยิบมาถ่าย)

 

เช้าๆแบบนี้จะมีทั้งคนไทยและคนลาวเอาเรือของตัวเองออกมาตกปลากันครับ

ผมได้ลองปลาที่นี่แล้ว อร่อยมากครับ เพราะจับมาสดๆ ทำกันให้กินเลยทีเดียว อร่อยมาก

 

 

กลางวันแล้ว ท้องฟ้าปลอดโปร่งมากครับ ต่างกับกรุงเทพเห็นๆ

 

 

เดินเล่นไปเรื่อยๆ ชมบ้านเรือนยามเช้าของเชียงคาน สบายๆครับ

เห็นสกายแล๊ปกำลังออกหากิน บ้านแกอยู่ที่นี่ครับ

ดูกันชัดๆ นี่แหละ สามล้อสกายแล๊ป ของเชียงคาน

 

 

ส่วนที่ผมเดินดูบ้านหลายๆหลัง ทุกบ้านจะมีเหมือนกันหมดก็คือ

โต๊ะนั่ง(เรียกอะไรผมจำไม่ได้แล้ว) มีทุกบ้านครับ

เอาไว้ทำอะไรเดี๋ยวจะเอามาเฉลยเอนทรี่หน้านะครับ!!

(แคร่ใช่มั้ย ?? เป็นแบบนี้เลยครับ ทุกบ้าน บ้านยายศรีพรรณก็มีตั้ง 2 ตัว)

 

แต่ถึงจะบ้านนอก แต่ก็มี UBC ให้ดูนะ

(เป็นความเข้ากันได้อย่างน่าประหลาด!!)

 

 

ที่นี่จะเป็นบ้านไม้แบบนี้ครับ เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ยาวมากจะมีซอยต่างๆ

ประมาณ 20 กว่าซอย เท่าที่จำได้น่าจะ 27 หรือ 28 ซอยเนี่ยแหละครับ

 

 

ตอนกลางวันผมก็นั่งเล่นกับคุณยาย คุยโน่นคุยนี่ ช่วยเด็ดขั้วพริก ทำโน่นนี่ก๊อกแก๊ก

ยายก็บอกว่าไม่ต้องทำๆ แต่ผมว่างอ่ะ จะทำ มีไรมะ(กวนตีนซะงั้น)

 

จนถึงช่วงเย็นก็เลยออกไปถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกอีกครั้งนึง

คืนนี้ผมนอนหลับฝันดีครับ แต่กว่าจะหลับก็โน้น ตีสอง นั่งดู UBC ไปเรื่อย มันไม่ง่วงครับ

ยิ่งเป็นคนกลัวผีอยู่ ไปคนเดียวงี้แหละ เหงา กลัว แต่ก็สนุกไปอีกแบบนะ 

 

ราตรีสวัสดิ์ แล้วเจอกันตอนเช้าครับ!

 

สรุปรวบยอดสำหรับเอนทรี่นี้

: เอนทรี่นี้ผมพูดไปส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับบ้านเมืองและการเป็นอยู่ของคนที่นี่

รูปอาจจะไม่สวยเพราะบางภาพผมถ่ายเน้นให้เห็นภาพว่าที่นี่เป็นอย่างไร

 

แน่นอนครับ คนที่นี่ใจดีมากครับ แรกๆอาจจะกลัวๆบ้างเพราะเห็นว่าเป็นนักท่องเที่ยว

แต่ถ้าคุณไป เชื่อเหอะครับ เดินไปยิ้มไป เดี๋ยวก็มีคนยิ้มตอบแล้วทักทายคุณเองแหละ

 

 

ปล.เอนทรี่ต่อจากนี่จะเริ่มพูดถึงบ้านต่างๆที่ดังที่นี่ ทั้งร้านนิยมไทย ร้าน Idea-DD

ร้านซาลาเปาปุยฝ้าย(ตอนนี้เปิดเป็นร้านอาหารหลวงพระบางแล้วครับ แต่ก็ยังขายซาลาเปาอยู่)

แน่นอนว่ามีไปเยี่ยมตาลอบ-ยายทองด้วยครับ แต่ละร้านแต่ละบ้าน ผมได้ลองถามหลายๆอย่างและอัดเสียงเอาไว้ รออ่านได้เลยครับ!!

 

ปล1.หลังจากผมกลับมา หลายๆคนถามผมว่า ไปไหนม ผมตอบว่า เชียงคาน

ส่วนใหญ่จะไม่รู้จัก งั้นในนี้คงมีหลายๆคนที่ไม่รู้จักเช่นกัน

เชียงคาน เป็นชื่ออำเภอๆหนึ่งของจังหวัดเลย เป็นอำเภอที่อยู่ติดกับแม่น้ำโขงและจะมีท่าเรือข้ามฟากไปฝั่งนู้นด้วย(ผมไม่ได้ไปเพราะยายบอกว่าไม่มีอะไรเลย อย่าไปเลย และด้วยงบอันจำกัด เลยทำให้ผมไม่ได้ข้ามไปฝั่งโน้น)

เป็นอำเภอเล็กๆที่ยังไม่เจริญ อย่างมากก็มีธนาคารเล็กๆ ATM 1 ตู้ แค่นั้นจริงๆครับ

คนส่วนใหญ่ที่นี่จะประกอบอาชีพต่างๆกันไป แต่ที่ดังในเชียงคานคือ ผ้านวม ครับ(แน่นอนว่าเรามีข้อมูลด้วย ไว้จะเอามาลงให้ในเอนทรี่ต่อๆไป)

เป็นเมืองที่สงบและสบายอย่างแท้จริง(ถ้าคุณไม่ใช่พวกไฮโซซิเย่ที่ต้องอยู่กับแอร์)

แน่นอนครับ แนะนำให้มาถ้าคุณอยากชาร์จแบตให้ชีวิต

 

ปล2.หากยังไม่เต็มอิ่มกับบรรยากาศในบ้านคุณยาย ตามไปได้ที่โฮมเพจเลยครับ

http://www.sripanhomestay.com/

ที่นี่เลย เป็นโฮมเพจที่คนที่ไปพักทำให้คุณยายครับ คุณยายแกยังไม่รู้เรื่องเลย